Share
รายละเอียดของข่าว

ปัจจุบันฮาร์ดดิสก์แบบที่เป็น Solid-State Disk (SSD) เริ่มมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะในระดับองค์กรหรือเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ก็เริ่มมีการเปลี่ยนมาใช้ฮาร์ดดิสก์ SSD กันเยอะมากจริงๆ ทั้งนี้เป็นเพราะ SSD มีข้อดีเหนือกว่าฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็กอยู่มากมายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นด้านประสิทธิภาพความเร็วในการเขียน-อ่านข้อมูล ที่ทำได้เร็วกว่าฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็กมาก รวมถึงอัตราการใช้พลังงานที่เรียกได้ว่าประหยัดกว่ากันเห็นๆ ถึงแม้ว่าประโยชน์เหล่านั้นจะต้องแลกมาด้วยค่าตัวที่แพงกว่าฮาร์ดดิสก์ทั่วไป 3-5 เท่าตัวก็ตาม

 

 

และเมื่อ Solid-State Disk ได้เริ่มมีการใช้งานในระดับองค์กรและเครื่องเซิร์ฟเวอร์มากขึ้น ทำให้ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยของข้อมูล จึงเป็นสิ่งที่หลายองค์กรให้ความสำคัญ จึงได้มีกลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย California ในสหรัฐอเมริกา ได้ทำการสุ่มทดสอบฮาร์ดดิสก์แบบ SSD จำนวน 12 รุ่น ปรากฎว่าพบปัญหาที่น่าตกใจอย่างหนึ่งเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลบน SSD นั่นก็คือ ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ส่วนใหญ่จะไม่รองรับคำสั่ง Erase Unit ซึ่งเป็นคำสั่งสำหรับใช้ในการลบข้อมูลแบบถาวร (จากการทดสอบพบว่ามีเพียง 8 จาก 12 รุ่นที่รองรับคำสั่งนี้ และมีเพียง 4 จาก 8 รุ่นที่รองรับที่สามารถลข้อมูลนั้นได้จริง) นอกจากนี้กลุ่มนักวิจัยกลุ่มนี้ ยังได้ทดลองในอีกหลายๆวิธีเช่น ทำการลบและเขียนซ้ำข้อมูลทับลงไปหลายๆครั้ง ก็พบว่าแม้วิธีการแบบภูมิปัญญาชาวบ้านแบบนี้ จะทำให้การกู้คืนข้อมูลดั้งเดิมจะแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ด้วยปัญหาของ Firmware Translation Layer (FTL) ที่อยู่ในตัว SSD เองมีการทำงานที่ซับซ้อนจนเกินไป ทำให้การดำเนินการด้วยวิธีดังกล่าวทำได้ช้ามาก เรียกว่าช้ากว่าฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็กทั่วไปเสียอีก

 

คำแนะนำที่ได้จากการวิจัยในครั้งนี้สรุปได้ว่า หากองค์กรใดจำเป็นต้องใช้งานฮาร์ดดิสก์แบบ SSD และมีความต้องการที่จะจัดเก็บข้อมูลที่เป็นความลับ หรือข้อมูลที่ส่วนตัวมากๆ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลเหล่านั้น ให้ทำการใส่รหัสให้กับข้อมูลเหล่านั้น (Encryption) และทำลายหรือลบคีย์หรือรหัสผ่านเหล่านั้นทิ้งไป จะเป็นวิธีที่ดีสุดสำหรับ SSD ในขณะนี้  

 



บริษัท บลูโอเชี่ยน คอมมิวนิเคชั่น จำกัด | โทรศัพท์: (02) 402-8844